เวชศาสตร์ฟื้นฟู ​

เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation) มีคำจำกัดความมาจากองค์การอนามัยโลก ซึ่งได้แก่การ ส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาโรค และการฟื้นฟูสมรรมภาพให้กับทุกคน เป้าหมายขององค์กรนี้คือเพื่อให้มนุษย์ทุกคนมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดี เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีหน่วยงานในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะผ่านโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยหน่วยงานรัฐ หรือผ่านหน่วยงานที่บริการด้านสุภาพต่างๆ เป็นต้น

กายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยโดยไม่อาศัยการรับประทานยา แต่เน้นให้ผู้ป่วยฝึกการเคลื่อนไหว รวมถึงการป้องกันการเกิดโรค การลดและควบคุมความเสียกายของร่างกาย การบำบัดจะดำเนินการโดยนักกายภาพบำบัดหรือทีมงานมืออาชีพสำหรับผู้ป่วยที่มีร่างกายมีความผิดปกติในการทำงาน เช่น หลังจากรักษาโรคหรืออาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เป็นต้น

หลังจากการตรวจผู้ป่วย จะมีการตั้งเป้าหมายการรักษาและวิธีการบำบัดที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกวิธีการรักษา

นักกายภาพบำบัดใช้วิธีการประเมินที่แตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการทำงานของร่างกายผู้ป่วย ระหว่างกระบวนการรักษาจะใช้วิธีการรักษาทั้งแบบแอ็คทีฟ (active ) และพาสซีฟ (passive) วิธีการรักษาแบบแอ็คทีฟจะเป็นการออกกำลังเฉพาะจุดของร่างกายโดยมีนักกายภาพบำบัดเป็นผู้ควบคุมดูเเล อย่างไรก็ตามยังมีวิธีการรักษาอื่น ๆ อีกหลายวิธี วิธีหลักในการรักษา เช่น การรักษาด้วยอัลตร้าซาวด์ การรักษาด้วย Amplipulse การรักษาด้วยไมโครเวฟ การรักษาด้วยแม่เหล็ก การรักษาด้วย Darsonvalization  การรักษาด้วยเลเซอร์ เเละการรักษาด้วยการนวด

กิจกรรมเหล่านั้นครอบคลุมถึงการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและเบาหวาน นอกจากนี้นักกายภาพบำบัดสามารถประสบความสำเร็จในการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และคุณแม่ยังสาว รวมทั้งดูเเลพัฒนาการของเด็ก

การจัดการตนเองและการจัดการโรคก็มีบทบาทสำคัญในเวชศาสตร์ฟื้นฟู กระบวนการนี้ประกอบด้วยการให้ความรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรค อาการของโรค การเลิกสูบบุหรี่ โภชนาการ การสนับสนุนทางจิตวิทยา ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลที่เคร่งครัดของนักกายภาพบำบัด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยปรับปรุงสุขภาพกายสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเชิงบวก

การดูแลและจัดการตัวเองมีความเกี่ยวโยงกับครอบครัวหรือผู้ดูแล เพราะพวกเขามีส่วนร่วมในการแก้ไขและส่งเสริมพฤติกรรมของผู้ป่วย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วย ดังนั้นการปรับพฤติกรรมที่ดีและขอบเขตของการจัดการตนเองนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถ แรงจูงใจ และบริบทชีวิตของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่รู้วิธีการจัดการด้วยตนเองสามารถช่วยให้บรรเทาอาการป่วยเบื้องต้น เช่น ความเหนื่อยล้าและหายใจถี่ เป็นต้น

ความสามารถในการบรรเทาอาการที่กำเริบด้วยตัวเองเป็นความรู้ที่สำคัญที่ผู้ป่วยความมี เพราะเป็นทักษะในการเอาชีวิตรอด และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือช่วยป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการที่จะกำเริบ

ประโยชน์

เป็นที่ชัดเจนว่าการฟื้นฟูสมรรถภาพสามารถลดผลกระทบของสุขภาพที่หลากหลาย รวมถึงโรคเฉียบพลัน โรครื้อรัง ความผิดปกติของร่างกาย เป็นต้น มันสามารถช่วยในการลดผลกระทบต่อร่างกาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โดยการใช้ความรู้ในการดูเเลตนเองต่อผู้ป่วย ดังนั้นการฟื้นฟูจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับทั้งผู้ป่วยเองและสังคม

สามารถติดต่อสอบได้ที่ https://www.toriclinic.com/

แหล่งที่มา

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/rehabilitation

https://www.aslimnica.lv/en/pakalpojumi/physical-medicine-and-rehabilitation

https://www.aci.health.nsw.gov.au/__data/assets/pdf_file/0006/385998/ACI_Rehabilitation_for_-chronic_conditions_framework_FINAL.PDF