มารู้จักโรคไขมันพอกตับ (HEPATIC STEATOSIS) กับประโยชน์ของกระเทียมดำกันค่ะ

วันนี้บล็อกข่าวสารขอเสนอภัยเงียบอีกชนิดหนึ่งที่หลายท่านน่าจะพอทราบบ้างแล้ว คือ “โรคไขมันพอกตับ” (Fatty liver disease หรือ Hepatic Steatosis) แต่สำหรับท่านใดต้องการข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้นด้วยภาษาสบายๆ อ่านง่าย ติดตามอ่านต่อด้านล่างได้เลยจ้า

ทำไมถึงเรียกโรคไขมันพอกตับว่าเป็น ภัยเงียบ?

เพราะโรคนี้เป็นอีกหนึ่งโรคที่มักไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น ดังนั้นผู้ป่วยจึงแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าเริ่มเป็นโรคเข้าแล้ว แถมอาการที่เกิดขึ้นได้ก็ไม่เฉพาะเจาะจงพอ เช่น อ่อนเพลีย มึนเวียน คลื่นไส้ หรือรู้สึกตึงๆ บริเวณใต้ชายโครงด้านขวา ซึ่งแม้จะมีอาการขึ้นจริงๆ หลายครั้งก็อาจจะนึกว่าเป็นโรคอื่นไปได้

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ตรวจพบว่ามีโรคไขมันพอกตับ จึงมักตรวจเจอโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี หรือไปพบแพทย์ด้วยโรคอื่นๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อย่ามองข้ามโรคนี้เด็ดขาด เพราะแม้ในระยะเริ่มแรกของโรคจะไม่ได้ก่อให้เกิดอาการใดๆ ก็จริง แต่หากปล่อยไว้นานเข้า จะก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำลายเซลล์ตับไปเรื่อยๆ จนในที่สุดสามารถพัฒนาเป็นโรคตับแข็ง และอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งตับได้ในอนาคต

ไขมันพอกตับ เกิดจากอะไร?

ตามชื่อโรคเลยค่ะ หนึ่งในสาเหตุหนึ่งเกิดจากการโรคอ้วน หรือการทานอาหารมากเกินจำเป็น แต่ไม่เพียงเท่านั้น โรคไขมันพอกตับสามารถเกิดได้แม้จะทานอาหารไม่มากนัก ทางการแพทย์แบ่งสาเหตุหลักๆ ออกเป็น 2 อย่างค่ะ

1. จากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic fatty liver disease, AFLD): แค่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้แล้วค่ะ โดยความรุนแรงของโรคจะขึ้นกับทั้งชนิดของเครื่องดื่ม เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม ปริมาณที่ดื่มและระยะเวลาที่ดื่มค่ะ

2.  ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic fatty liver disease, NAFLD): คนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีสิทธิ์ค่ะ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือจากไวรัสตับอักเสบ

โรคนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในคนอ้วนและคนผอม การผอมจึงไม่ได้บอกว่าเราปลอดภัยนะคะ ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงต้องไม่ลืมตรวจเช็คสุขภาพตับตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอนะคะ

ตรวจสุขภาพตับด้วยวิธีไหนได้บ้าง?

  • การตรวจเลือด: แพทย์สามารถตรวจสารที่สร้างจากเซลล์ตับที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดของเราได้ เช่น AST, ALT หากพบว่าค่าตับขึ้นสูงผิดปกติ ก็อาจบ่งบอกถึงการอักเสบของตับค่ะ
  • การตรวจอัลตราซาวนด์: การใช้คลื่นเสียง ultrasound ในการส่องดูเนื้อตับ เป็นเทคนิคการตรวจที่ไม่เจ็บด้วยค่ะ แพทย์จะเอาหัวตรวจมาไถๆ บริเวณหน้าท้องของเรา ก็จะพอบอกได้เบื้องต้นว่าตับเรามีไขมันมาเกาะมากผิดปกติแล้วหรือยัง
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): การตรวจโดยวิธีนี้จะได้รายละเอียดมากกว่าการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ แต่ราคาก็แอบแพงขึ้นด้วยนะคะ
  • การเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจ: หากแพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยวิธีตรวจก่อนหน้า หรือมีหลายโรคที่ยังต้องคำนึงถึงอยู่ ก็จำเป็นต้องเจาะเพื่อนำเนื้อตับมาตรวจค่ะ
  • การตรวจระดับความแข็งของตับ และวัดปริมาณไขมันในตับด้วยเครื่อง FibroScan: เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ไม่เจ็บเลยค่ะเพราะไม่ต้องเจาะอะไรในตัวเรา และด้วยเทคนิคนี้ แพทย์สามารถดูความแข็งของเนื้อตับเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค และบอกความรุนแรงของโรคว่าเข้าสู่ภาวะตับแข็งแล้วหรือยังได้ด้วย

ไขมันพอกตับ เกิดจากอะไร?

ตามชื่อโรคเลยค่ะ หนึ่งในสาเหตุหนึ่งเกิดจากการโรคอ้วน หรือการทานอาหารมากเกินจำเป็น แต่ไม่เพียงเท่านั้น โรคไขมันพอกตับสามารถเกิดได้แม้จะทานอาหารไม่มากนัก ทางการแพทย์แบ่งสาเหตุหลักๆ ออกเป็น 2 อย่างค่ะ

1. จากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic fatty liver disease, AFLD): แค่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้แล้วค่ะ โดยความรุนแรงของโรคจะขึ้นกับทั้งชนิดของเครื่องดื่ม เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม ปริมาณที่ดื่มและระยะเวลาที่ดื่มค่ะ

2.  ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic fatty liver disease, NAFLD): คนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีสิทธิ์ค่ะ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือจากไวรัสตับอักเสบ

โรคนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในคนอ้วนและคนผอม การผอมจึงไม่ได้บอกว่าเราปลอดภัยนะคะ ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงต้องไม่ลืมตรวจเช็คสุขภาพตับตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอนะคะ

ตรวจสุขภาพตับด้วยวิธีไหนได้บ้าง?

  • การตรวจเลือด: แพทย์สามารถตรวจสารที่สร้างจากเซลล์ตับที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดของเราได้ เช่น AST, ALT หากพบว่าค่าตับขึ้นสูงผิดปกติ ก็อาจบ่งบอกถึงการอักเสบของตับค่ะ
  • การตรวจอัลตราซาวนด์: การใช้คลื่นเสียง ultrasound ในการส่องดูเนื้อตับ เป็นเทคนิคการตรวจที่ไม่เจ็บด้วยค่ะ แพทย์จะเอาหัวตรวจมาไถๆ บริเวณหน้าท้องของเรา ก็จะพอบอกได้เบื้องต้นว่าตับเรามีไขมันมาเกาะมากผิดปกติแล้วหรือยัง
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): การตรวจโดยวิธีนี้จะได้รายละเอียดมากกว่าการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ แต่ราคาก็แอบแพงขึ้นด้วยนะคะ
  • การเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจ: หากแพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยวิธีตรวจก่อนหน้า หรือมีหลายโรคที่ยังต้องคำนึงถึงอยู่ ก็จำเป็นต้องเจาะเพื่อนำเนื้อตับมาตรวจค่ะ
  • การตรวจระดับความแข็งของตับ และวัดปริมาณไขมันในตับด้วยเครื่อง FibroScan: เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ไม่เจ็บเลยค่ะเพราะไม่ต้องเจาะอะไรในตัวเรา และด้วยเทคนิคนี้ แพทย์สามารถดูความแข็งของเนื้อตับเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค และบอกความรุนแรงของโรคว่าเข้าสู่ภาวะตับแข็งแล้วหรือยังได้ด้วย

ไม่อยากตับแข็ง ไม่อยากโดนไขมันพอก ปรับพฤติกรรมอย่างไรดี?

1. ออกกำลังกายค่ะ!! อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงนะคะ ข้อนี้ย้ำอีกครั้งว่าจำเป็นสำหรับทุกคนนะคะ ไม่ใช่เฉพาะคนน้ำหนักเกินอย่างเดียว

2. ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีและปลอดภัย!! การลดน้ำหนักที่ปลอดภัยไม่ควรลดเร็วเกินไปค่ะ โดยแนะนำแค่ 0.25-0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เท่านั้น การงดอาหารอย่างเดียวไม่สามารถช่วยลดไขมันพอกตับได้นะคะ จึงขอย้ำอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 ว่า “จงออกกำลังกาย” ค่ะ

3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์!! เข้าใจค่ะว่าเป็นเรื่องยากสำหรับบางท่าน แต่หากเรามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะดูแลตัวเอง การลดปริมาณลงวันละนิดๆ และสังเกตพัฒนาการของสุขภาพตัวเอง ก็เป็นอีกกำลังใจนึงให้เราหลีกเลี่ยงได้สำเร็จค่ะ

4. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ!! อย่าลืมนัดของคุณหมอนะคะ การตรวจสุขภาพประจำปีมักจะรวมการตรวจเลือดดูค่าตับอักเสบอยู่แล้ว จึงสามารถช่วยคัดกรองโรคนี้ให้เราได้ระดับหนึ่งเลยค่ะ

5.  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ!! แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องบำรุงจากภายในค่ะ การดื่มน้ำมากๆ จิบน้ำบ่อยๆ ลดการทานของหวานของมัน สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคได้ค่ะ

อ่านถึงตรงนี้แล้ว แอดขอขายของสักเล็กน้อยพองาม ติดตามอ่านต่อได้เลยจ้า

กระเทียมดำหรือกระเทียมโทนดำ ดีจริงหรือ?

กระเทียมดำที่ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบต่างๆ ของร่างกายก็มีบทบาทในโรคไขมันพอกตับด้วยนะคะ แอดได้ค้นวิจัยที่ใช้กระเทียมดำในการป้องกันและรักษาโรคไขมันพอกตับและตับอักเสบ จากสาเหตุต่างๆ สรุปเอามาให้อ่านกันค่ะ

 1. งานวิจัยในประเทศเกาหลีพบว่ากระเทียมดำช่วยลดการอักเสบของตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ (Chronic alcohol-induced hepatic damage) โดยเป็นการวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่าปริมาณการสะสมไขมันในตับลดลง และปริมาณค่าตับอักเสบในเลือด เช่น ALT, AST, ALP, LDH ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

2. มีคนนำกระเทียมดำไปวิจัยกับตับที่ถูกทำให้อักเสบจากยาเคมีบำบัด เช่น cyclophosphamide เช่นเดียวกับงานวิจัยด้านบน การศึกษานี้วันค่าตับในเลือด พบว่ากลุ่มศึกษาที่ได้กระเทียมดำ มีค่าตับที่น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กระเทียมดำ อีกทั้งปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระภายในตับเอง (hepatic antioxidant enzyme levels) เช่น CAD, SOD, GSH-Px ก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย และยังพบอีกว่ากระเทียมดำช่วยปกป้องการตายของเซลล์ตับ โดยลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและการอักเสบต่างๆ  และที่สำคัญคือฤทธิ์ปกป้องตับเหล่านี้มีผลทั้งการทำลายตับแบบเฉียบพลัน และการทำลายตับที่เกิดอย่างเรื้อรังด้วย

ข้อควรรู้คือไม่ใช่กระเทียมดำทุกชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง เพราะสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สารเอสเอซี (SAC, S-allylcysteine) เหล่านี้จะเพิ่มสูงที่สุดเมื่อบ่มในอุณหภูมิและความชื้นที่ถูกควบคุมอย่างพิถีพิถันเท่านั้นค่ะ และยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาบ่มถึง 3 เดือนเต็ม จึงจะได้ปริมาณที่สูงที่สุด

หากจะเลือกด้วยตาเปล่าคงต้องดูจากลักษณะของเนื้อกระเทียมดำค่ะ เพราะการบ่มถึง 3 เดือนเต็มจะทำให้เนื้อแห้ง เนียน เด้ง เนื้อร่อนออกจากเปลือก รสชาติหวานอร่อย ไม่ขมฝาด และกลิ่นไม่ฉุนเหมือนกระเทียมสดค่ะ

เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่า ตับสำคัญกับเรามากแค่ไหน ดูแลตับของเราจากภายใน เริ่มตั้งแต่วันนี้กันเถอะค่ะ 🙂

#ด้วยความห่วงใยจากกระเทียมดำเบเนก้า (Benega Black Garlic) ที่บ่มด้วยระยะเวลานานถึง 3 เดือนเต็ม จึงได้คุณค่าที่สูงสุดค่ะ

ครีมปิดผมขาว ผลิตภัณฑ์ แชมพู สมุนไพร แก้ ผม ร่วง สกัดจากธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก ยาย้อมผมออแกนิค, ที่ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะได้จบครบวงจร ทำความสะอาดหนังศีรษะ กำจัดความมันได้ดี แก้ปัญหาคัน
Facial Feminization Surgery Cost Thailand ปรับโครงหน้า ลดขนาดหน้าผาก โรงพยาบาลศัลยกรรม มิลาด้า เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นที่รู้จักของคนไทย
taping sport ผ้าเทปที่มีความยืดหยุ่น โดย ดร.เคนโซ คาเซ่ นักบำบัดทางด้านการจัดกระดูกและฝังเข็ม เพื่อรักษาและสนับสนุนการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก มี เทปพยุงกล้ามเนื้อ, เทปบำบัด ที่จะช่วยแก้ออฟฟิศซินโดรม
แผ่นรองเท้า เท้าแบนบริการดูแลรักษาปัญหาสุขภาพเท้า | ทั้งผู้เป็นเบาหวาน เส้นประสาทรับความรู้สึกที่เท้าเสื่อม รักษาโรครองช้ำ ออฟฟิศซินโดรม รักษา เท้าผิดรูป โรคเท้าแบน ปรับรูปเท้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง:

– Ahmed RA. Hepatoprotective and antiapoptotic role of aged black garlic against hepatotoxicity induced by cyclophosphamide. The Journal of Basic and Applied Zoology. 2018;79:8. DOI: 10.1186/s41936-018-0017-7

– Kim MH, Kim MJ, Lee JH, Han JI, Kim JH, Sok DE, et al. Hepatoprotective effect of aged black garlic on chronic alcohol-induced liver injury in rats. Journal of Medicinal Food. 2011;14(7-8):732-738. DOI: 10.1089/jmf.2010.1454

– https://www.bumrungrad.com/th/conditions/fatty-liver-disease

– https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/โรคทางเดินอาหารและตับ/ไขมันพอกตับลดเสี่ยงด้วยการตรวจและปรับพฤติกรรม