กระเทียมดำดีต่อคนที่เป็นโรคเบาหวานไหม?

กระเทียมถูกใช้เป็นยาสมุนไพรมาเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว และสรรพคุณของมันก็ได้รับการพิสูจน์และรับรองทางวิทยาศาสตร์เป็นที่เรียบร้อย นักวิทยาศาสตร์ยังพบด้วยว่ากระเทียมมีสารประกอบที่เป็นประโยชน์มากกว่า 400 ชนิดและหนึ่งในนั้นเรียกว่าอัลลิซินซึ่งมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างสุขภาพและทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่โดดเด่น

กระเทียมดีต่อหัวใจและช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี มันยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานคือกระเทียมสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติได้ โดยน่าจะเป็นเพราะความสามารถในการเพิ่มการผลิตอินซูลินของมัน

กระเทียมดำคืออะไร?

ปีหลังๆ มานี้ กระเทียมดำได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยมันเกิดจากการหมักกระเทียมขาวเป็นเวลานานหนึ่งเดือนภายใต้การควบคุมความร้อนและความชื้นอย่างเข้มงวด

ลักษณะของกระเทียมดำ

กระเทียมดำมีลักษณะนิ่ม เหมือนเยลลี่ และรสชาติคล้ายกับมะเดื่อ มีส่วนผสมของอัลลิซินคล้ายกัน แต่ไม่มีกลิ่นฉุนและรสเข้มข้น ดังนั้นกระเทียมดำจึงมีรสชาติดีกว่ากระเทียมแบบดั้งเดิม

กระเทียมดำเพื่อสุขภาพ

กระเทียมดำอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่ากระเทียมขาวเกือบสองเท่า นอกจากนี้ยังมีสารประกอบเพิ่มเติมที่เรียกว่า S-Allycysteine (SAC) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าช่วยในการดูดซึมอัลลิซิน ด้วยประโยชน์ของกระเทียมดำทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเหตุผลหลักว่าทำไมกระเทียมดำจึงมีประสิทธิภาพมากกว่ากระเทียมขาวมาก

กระเทียมดำช่วยผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้อย่างไร?

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคไต โรคหัวใจ สร้างความเสียหายต่อเส้นประสาท มีปัญหาในการมองเห็น และบางครั้งถึงขั้นทำให้ตาบอดได้

เป็นความคิดที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานในการบริโภคกระเทียมดำคืออาหารเสริมผู้ป่วยเบาหวาน และเป็นสมุนไพรรักษาเบาหวานเนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระในกระเทียมดำสามารถลด ภาวะเครียดจากการออกซิเดชันที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นได้ ผลวิจัยกระเทียมดำยังพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูงของมันมีฤทธิ์รุนแรงกว่ากระเทียมทั่วไปและอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

เคล็ดลับง่ายๆ 5 ข้อเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน

  1. อย่าสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภท 2 และความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนต่างๆ
  1. ควบคุมความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลของคุณ เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน หากคุณเป็นโรคเบาหวาน อาการเหล่านี้จะแย่ลงและอาจนำไปสู่อาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะที่เสี่ยงต่อชีวิตอื่นๆ ได้
  1. ทานยาแอสไพรินทุกวัน หากคุณเป็นโรคเบาหวาน การทานยาแอสไพรินในปริมาณต่ำทุกวันตามใบสั่งแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้
  1. ตรวจร่างกายและสายตาเป็นประจำ การตรวจร่างกายและสายตาประจำปีสามารถช่วยติดตามภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ได้
  1. หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ โปรดดื่มอย่างระมัดระวัง แอลกอฮอล์อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำได้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณดื่ม ดังนั้นควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะและดื่มพร้อมกับอาหารหรือของว่างเสมอ นอกจากนี้โปรดทราบว่าแอลกอฮอล์สามารถทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้ในภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้อินซูลิน