การฟอกไตมีกี่วิธี และแตกต่างกันยังไง?

การฟอกไตมีกี่วิธี และแตกต่างกันยังไง?

 

ทำไมต้องฟอกเลือด
การฟอกเลือดเป็นการนำเอาของเสีย หรือน้ำส่วนเกินออกจากเลือดของผู้ป่วย โดยภาวะปกติ เลือดเสีย หรือเลือดที่ลำเลียงของเสียจากเซลล์จะผ่านเส้นเลือดดำมากรองเอาของเสียออกที่ไต ซึ่งมีหน่วยไตที่ทำหน้าที่กรองของเสียจำนวนนับล้านหน่วย โดยหน่วยไตนี้เมื่อขยายด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่ามีลักษณะคล้ายท่อขดไปมา ในท่อจะมีปลายข้างหนึ่งที่ตันและมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายถ้วย เรียกปลายท่อที่ตันนี้ว่า “โบว์แมนส์แคปซูล (Bowman s capsule)” ภายในจะมีกลุ่มเลือดฝอยพันกันเป็นกระจุกเรียกว่า “โกลเมอรูลัส (glomerulus)” ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดที่ไหลผ่านไตนั่นเอง

สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ไตจะเสียความสามารถในการกรองจนไม่สามารถกรองเอาของเสียออกจากเลือดได้ และไม่สามารถดูดซึมเอาสารและแร่ธาตุบางชนิดที่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายจากเลือดดำกลับคืนเข้าสู่หัวใจและปอดเพื่อเติมออกซิเจน แล้วไหลกลับมาสู่หัวใจอีกครั้งเพื่อสูบฉีดไปเลี้ยงทั่วร่างกายนั่นเอง

การฟอกไต
การฟอกไตที่จะกล่าวถึงนี้เป็นการฟอกไตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ไตไม่สามารถทำงานได้ แต่กลไกการทำงานของร่างกายหากไม่มีการขับของเสียออกจากร่างกายจะทำให้อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

ดังนั้นการฟอกไตเพื่อช่วยขับของเสียและรักษาชีวิตผู้ป่วยไตวายเรื้อรังสามารถทำได้ 2 วิธีสำคัญดังนี้

1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis)
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) เป็นการนำของเสียและน้ำออกจากเลือด โดยเลือดจะออกจากตัวผู้ป่วยทางเส้นเลือดดำ แล้วผ่านตัวกรองซึ่งภายในตัวกรองจะมีเนื้อเยื่อช่วยกรองของเสียและน้ำออกจากเลือด เมื่อเลือดผ่านการกรองกลายเป็นเลือดดี เครื่องจะนำเลือดนั้นกลับสู่ร่างกายอีกครั้ง ทั้งนี้ก่อนการฟอกเลือดต้องมีการตัดต่อเส้นเลือดเพื่อใช้ในการฟอกเลือด ซึ่งมี 3 วิธีคือ

การนำเส้นเลือดดำต่อกับเส้นเลือดแดงบริเวณแขน หรือเรียกว่า การทำเอวีฟิทูล่า ( AV fistula) เพื่อให้เส้นเลือดดำใหญ่ขึ้นและมีแรงดันพอที่จะทำให้เลือดไหลเข้าสู่เครื่องไตเทียมได้
การต่อเส้นเลือดดำกับเส้นเลือดแดงของผู้ป่วยโดยการใช้เส้นเลือดเทียม (AV graft)
การใส่สายเข้าไปในเส้นเลือดดำขนาดใหญ่ที่คอเพื่อไว้สำหรับต่อกับเครื่องไตเทียม วิธีการนี้เป็นการทำแบบชั่วคราว
หลังการผ่าตัดทัวิธีใดวิธีหนึ่งเสร็จสิ้น และผู้ป่วยมีความพร้อม แพทย์ก็จะนัดให้ผู้ป่วยมารับการฟอกไตต่อไป การฟอกไตวิธีนี้จะใช้เวลาในการฟอกครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง ในหนึ่งสัปดาห์ต้องทำการการฟอกไต 3 ครั้ง

2. การฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวร (continuous ambulatory peritoneal dialysis: CAPD)
เป็นการฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวรคือ เป็นการล้างช่องท้องด้วยน้ำยาเฉพาะเพื่อกรองของเสียในร่างกายออกโดยการใส่น้ำยาเข้าไปในช่องท้องทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนด น้ำยาจะพักอยู่ในช่องท้องเพื่อทำการกรองของเสีย และน้ำส่วนเกินออกจากช่องท้องช่วงพักน้ำยาอยู่ในช่องท้องอาจใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง การเติมน้ำยาจะเติมผ่านทางท่อซึ่งท่อนี้ต้องทำการฝังเข้าไปในช่องท้อง เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดก็จะปล่อยน้ำยาที่ดูดซึมเอาของเสียจากร่างกายและน้ำส่วนเกินออกจากช่องท้องออกมาด้วย ใช้เวลาครั้งละประมาณ 30 นาที